จากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็น “คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

 

อดีต
     จากภาควิชาหัตถศึกษาและอุตสาหกรรมศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2525 สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามลำดับ ความต้องการกำลังคนด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ต่อมาแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดการศึกษาอุตสาหกรรมศิลป์และเทคโนโลยีโดยขยายการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมศึกษาใน 7 สถาบัน คือ วิทยาลัยครูเพชรบุรี วิทยาลัยครูฉะเชิงเทรา วิทยาลัยครูสุรินทร์ วิทยาลัยครูเลย วิทยาลัยครูกำแพงเพชร วิทยาลัยครูเชียงราย และวิทยาลัยครูสงขลา ได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการเสนอต่อคณะกรรมการฝึกหัดครู กรมการฝึกหัดครู สรุปว่า ให้นำโครงการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมศึกษาไปปรับปรุงและนำเสนอให้เปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้จำนวน 7 สถาบัน และได้เพิ่มเติมวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และวิทยาลัยครูพระนคร รวมเป็น 9 แห่ง (28 กรกฎาคม 2537) ซึ่งยังไม่ได้เป็นคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อย่างเป็นทางการ
     ใน พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้ประกาศการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้แยกการบริหารมาจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีตำแหน่งรักษาการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นคณะลำดับที่ 6 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ต่อมา พ.ศ. 2542 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำประกาศกฎกระทรวงศึกษาธิการ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 116 ตอนพิเศษ 79 ง ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2542 เป็น “คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” อย่างเป็นทางการ
     ในการผลิตบัณฑิตในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ช่างอุตสาหกรรม) และวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ปวส. (2 ปี) ในแขนงวิชาต่างๆ เช่น เทคโนโลยีเครื่องกล, การผลิต, ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, ก่อสร้าง ฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 กรมการฝึกหัดครูได้อนุมัติให้โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล พัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (โปรแกรมสู่ความเป็นเลิศ) โดยเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ (ดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง) เป็นผู้อนุมัติ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2546 ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2547 แต่ยังไม่สามารถเปิดสอนได้ เนื่องจากสาขาวิชามีเป้าหมายหลักสูตรจะต้องผ่านการรับรองจากสภาวิศวกร (กว.) จนกระทั่ง พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้แยกระบบการบริหารเป็นนิติบุคคล เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จึงได้นำเสนอหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (วศ.บ.) ต่อสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (วันที่ 21 พฤศจิกายน 2548) หลักสูตรผ่านการเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) (วันที่ 18 พฤศจิกายน 2549) เห็นชอบ และสภาวิศวกร (กว.) รับรองหลักสูตร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2550 และในปี พ.ศ. 2552 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้จัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเห็นชอบ แต่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษายังไม่เห็นชอบการเปลี่ยนชื่อคณะในครั้งนี้ โดยให้ข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสายวิชาการที่สำเร็จการศึกษาทางวิศวกรรมยังมีจำนวนน้อย และจำนวนบุคลากรยังไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรทางวิศวกรรมตลอดจนห้องปฏิบัติการและอาคารสถานที่ยังขาดความพร้อมสำหรับการรองรับการจัดการเรียนการสอนทางวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งต่อมาคณะได้จัดทำแผนพัฒนาการเปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) เพิ่มขึ้นตามแผนการพัฒนาคณะ


                                    IMG 7139 2ENTECH2017NRN 03544 2

ปัจจุบัน
     คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ให้เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2549) สาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2554) ทั้งสองหลักสูตร สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสภาวิศวกร (กว.) รับรองหลักสูตร สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงาน (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ. 2555) หลักสูตรนี้จะปรับปรุงหลักสูตรและจะขอใบประกอบวิชาชีพ (ด้านวิศวกรเครื่องกล) ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะเดียวกันหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ที่เปิดสอน สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2554) หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2557) และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วศ.ม.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (เปิดรับนักศึกษา พ.ศ.2556) ในช่วงระยะเวลา พ.ศ. 2553-2558 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยท่านอธิการบดี (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัต กลิ่นงาม) ได้สนับสนุนบุคลากรที่มีคุณวุฒิทางวิศวกรรมศาสตร์และสนับสนุนครุภัณฑ์ประจำห้องปฏิบัติการและอาคาร สถานที่ ตามเกณฑ์การจัดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) ที่จะเปิดในปี พ.ศ.2561 จำนวน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเปิดหลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (2 หลักสูตร) ก็จะปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ต่อไป และในปี พ.ศ.2561 จะเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต (วศ.ด.) สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ตามแผนพัฒนาการผลิตบัณฑิตในปัจจุบัน-อนาคต ท่านอธิการบดีจึงได้มีแนวคิดให้เปลี่ยนชื่อคณะครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ.2559 โดยมีคณะกรรมการจัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นครั้งที่สอง ซึ่งได้ทบทวนข้อสังเกตจากคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้ศึกษาดูงานคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำโครงการเปลี่ยนชื่อคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวง จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2548 มาเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวงจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2560 สั่ง ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำกฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 23 ก วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
     ผลจากการเปลี่ยนชื่อคณะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จะส่งผลต่อการผลิตบัณฑิตที่มีใบประกอบวิชาชีพตามศาสตร์ทางวิศวกรรม เพื่อการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์และด้านการวิจัยทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมให้มีคุณภาพสูงขึ้นในอนาคต
     ในการนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขอขอบคุณ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่ให้การสนับสนุนในการดำเนินการเปลี่ยนชื่อคณะฯ จนประสบความสำเร็จเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นแห่งที่สองของสถาบันอุดมศึกษา